Update การรักษาแผลเป็นจากสิว 2008
โดย...แพทย์หญิงกนกวรรณ จันทอุปฬี
      ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ก็มีอยู่ว่าเนื่องจากกระแสการรักษาผิวหน้าด้วย Lasers และเครื่องมือต่าง ๆ นั้นมาแรงและมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาผิวหน้าซึ่งมีแผลเป็นหลังจากที่เป็นสิว ไม่ว่าจะเป็นแผลเป็นหลุมหรือแผลเป็นนูน ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังและปัจจุบันแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ    ก็ได้พยายามทุกวิถีทางเช่นกัน เหมือนผู้ป่วย นั่นล่ะค่ะ ที่จะทำให้รอยโรคแผลเป็นหายไปได้ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังผิดหวังกับการรักษาที่ได้ผลเพียงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้นแล้วก็ได้แต่มานั่งบ่นให้หมอฟังว่าได้ไปลองมาทุกอย่างแล้ว ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่าอะไร รู้ไหมคะ เพราะคนไข้ไม่รู้ว่าไอ้ตัวโรคนี้จริง ๆ นั้นคืออะไรและพยาธิสภาพเป็นอย่างไร จากที่หมอได้อ่าน Review วารสาร Journal Cosmetic ฉบับล่าสุดปีนี้ ก็นึกถึงคนไข้กลุ่มนี้ที่พยายามเสาะแสวงหาวิธีการ ต่าง ๆ เจอแพทย์ที่ดีเค้าก็บอก
ความจริง แต่แพทย์บางคนธุรกิจเหลือเกินอันนี้ก็แล้วแต่ดวงนะคะ ทางที่ดีก็คือพยายามหาข้อมูลให้มากที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร เสียเงินแต่ไม่ได้อะไรก็ยังดีกว่าเสียเงินแล้วหน้าก็พังอีกต่างหาก เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่านะคะ           
         กรณีนี้หมอกำลังพูดถึงแผลเป็นที่เกิดจากสิวนะคะ แผลเป็นที่เกิดจากสิวคือ ปฏิกิริยาที่ตอบสนองต่อการหายของแผลหลังจากเกิดการอักเสบซึ่งการตอบสนองนั้นทำให้สร้างเนื้อเยื่อชั้นใต้ผิวหนังขึ้นมามากกว่าปกติ        
Grade
Level of Disease
Examples of Scars
ลักษณะ
การรักษา
1
Macular Erythematous, hyper-or hypopigmented flat marks จัดเป็นระดับที่รุนแรงน้อยที่สุด ลักษณะ เป็นแค่รอย จุดแดงๆ หรือด่างๆ เรียบแบน ไม่นูน สามารถมองเห็นได้บ้างถ้าสังเกต ประมาณว่าหน้าเหมือนจะเรียบแต่ไม่ค่อยเรียบได้บ้าง การรักษาหลาย ๆ อย่างร่วมกัน รอให้แผลหายเอง (Time) ร่วมกับการให้ครีมบำรุงกลับไปทา ที่บ้านทุกวัน ส่วนครีมยี่ห้อไหนดี ไม่ดี ก็ต้องปรึกษาแพทย์ที่ตนเองรักษาอยู่ก็แล้วกันนะคะ บางครั้งอาจจะต้องใช้การรักษาด้วยพลังงานแสง (Vascular, Pigmented หรือ Intense Pulse Light) หรือการกรอหน้า ชนิดตื้น (Microdermabration) ร่วมด้วยก็ได้
2
Mild Mild rolling, Small soft papular เริ่มมีจุดนูนเล็กๆแต่ลักษณะอ่อนนุ่มและจำนวนไม่มาก สามารถสังเกตเห็นได้ในระยะ 50 cm หรือไกลกว่านั้น และสามารถใช้ make up ปกปิดได้บ้าง Nonablative Lasers การใช้พลังงานแสงหรือกลุ่ม Lasers ที่ไม่ทำให้เกิดแผล ยิงเพื่อให้ผิวมีการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ (Neogenesis of Collagen), skin needling or rolling การใช้หัวเข็มกรอหน้า, การกรอผิวหน้าชนิดตื้น Microdermabration , การฉีดสารกลุ่ม Collagen เติมเข้าบริเวณผิวที่เป็นหลุม หรือที่เราเรียกว่า dermal filler นั่นเอง แพทย์บางท่านแนะนำให้ทำ Blood transfer ร่วมด้วย อันสุดท้ายนี้หมอก็ไม่เคยทำเหมือนกันค่ะ ถ้าอยากทราบรายละเอียดก็โทรมาถามเป็นกรณีไปแล้วกัน
3
Moderate More significant rolling, shallow boxcar, mild to moderate hypertrophic or apular scars เห็นขอบแผลชัดเจน อาจจะเป็นหลุม หรือนูน หรือพบร่วมกันกับแผลแบบชนิดแรกก็ได้ สามารถสังเกตเห็นได้ในระยะไกลกว่า 50 cm. และแผลไม่สามารถปกปิดด้วย Make up ยกเว้นบางตำแหน่งอาจดูดีขึ้นได้ถ้าแผลไม่ยกนูนมาก ลองใช้มือยืดบริเวณแผล พบว่าแผลยังยืดหยุ่นและแบนได้บ้าง เริ่มใช้วิธีที่ค่อนข้างรุนแรงมากขึ้นคืออาจจะมีแผลหลังการรักษาเช่น Ablative lasers, การกรอผิวชนิดลึก Dermabration, Medical skin rolling, Fractionated resurfacing, การฉีดสารเติมเต็ม Dermal fillers ในกรณีที่เป็นหลุมใหญ่ ๆ บางตำแหน่ง, การผ่าตัดด้วยการใช้เข็มไปตัดพังผืด ใต้ผิวหนัง (Subcision และ blood transfer), การฉีดสาร Steroid หรือสารเคมีกลุ่ม Fluorouracil ร่วมกับการทำ Vascular laser ก็ได้
4
Severe Punched out atrophic (deep boxcar), ice pick, brides and tunnels,marked atrophy,dystrophic significant hypertrophy Or Keloid ชนิดนี้รุนแรงสุดขอบยกนูน หรือ หลุมลึกกว้าง หรือหลุมเล็กแต่ขนาดลึก สามารถมองเห็น
ได้อย่างชัดเจน สามารถมองเห็นในระยะไกลมากกว่า 50 cm. และไม่สามารถปกปิดด้วย Make up และไม่สามารถยืดแผลให้แบนด้วยมือได้ เนื่องจากรอยโรคนั้นแข็งมาก
เนื่องจากอาการเป็นหลุมและผิวไม่เรียบมาก ๆ อาจใช้ Punch techniques ดึงยกผิวที่เป็นหลุมให้นูนขึ้น, แต้มกรด Trichloroacetic Acid อาจจะทำร่วมกับ Laser resurfacing กรอที่หน้า หรือไม่ก็ได้ และบริเวณที่หลุมลึกมาก ๆ แพทย์บางท่านแนะนำให้ทำ Fat transfer การย้ายไขมันจากบริเวณส่วนอื่นของร่างกายและฉีดลงที่บริเวณที่เป็นหลุมแต่ถ้าพบว่ามีรอยนูนร่วมด้วยก็อาจจะฉีด Steroid หรือ Fluorouracil
          ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาเขาสรุปว่าถ้าเราต้องการรักษาแผลเป็นที่หน้าให้ดีขึ้นได้ มันก็ดีขึ้นได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าจะให้ผิวหนังที่เป็นพังผืดกลับมาเป็นเนื้อเยื่อปกติล่ะก็ เรายังอยู่ห่างจากความสำเร็จอยู่ค่ะ ซึ่งเราก็ทราบอยู่แล้วว่าการรักษาที่ดีที่สุดคือ การป้องกันไม่ให้เป็นสิว หรือถ้าเป็นสิวแล้วก็รักษาให้หายเร็วที่สุดค่ะ ก็หวังว่าอนาคตจะมีวิธีที่ดีที่สุดและได้ผลที่สุด แล้วหมอจะเล่าให้ฟังคราวหน้าแล้วกันนะคะ
          ขอให้ผู้ป่วยทุกท่านสอบถามแพทย์ประจำตัวของท่านเองนะคะ เพราะแพทย์ของท่านเองจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าจะทำอย่างไรกับหน้าของเรา สรุปคือการรักษาอาจจะแตกต่างกันออกไป แต่ที่หมอเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาให้อ่านเพื่อเป็นแนวทางในการรักษาสำหรับประชาชนทั่วไปค่ะ เน้นมาก ๆ คือให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ท่าน นั้น ๆ นะคะ